SF : ชอบเขา...ก็ไปบอกเขา{JUNSEUNG}
posted on 12 Jun 2011 18:26 by yj-loveTitle:ชอบเขา...ก็ไปบอกเขา
Couple: JUNSEUNG {B2ST}
By :Psychoy
Note: สิ่งที่คุณอ่าน อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด
เพลงประกอบ > จิ้ม
“สวย” ใครวะ!เรียกผม
“กูไม่ได้ชื่อสวย” แล้วนี่จะขานเพื่ออะไร
“ก็มึงสวยอะ”
“บอกว่าไม่ให้เรียกไง”
“ก็จะเรียกมีปัญหาหรอ...สวย” มันยื่นหน้า(เกือบ)หล่อเข้ามาใกล้ผม
“เอาหน้าออกไปห่างๆ” ผมยื่นมือไปผลักหัวมันไปไกลๆ
“แค่นี้เล่นหัวหรอ...สวย” อย่างนี้ใช่ไหมที่เรียกว่ากวนตีน! บอกว่าไม่ให้เรียกไงฟร่ะ! ล้อกูอยู่ได้
“เออ มีปัญหาหรอ” ไม่กลัวมึงหรอก
“เดี๋ยวจะโดน” มันบ่นขมุบขมิบแต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมา
“ไม่กล้าหรอก ชิ” แลบลิ้นโชว์ความเหนือให้มันได้เห็น
“เดี๋ยวกัดลิ้น”
“กล้าหรอ”
“กล้าให้ไหมละ?”
“.....”
“ว่าไง”
“....”
“หึ” หยุดยิ้มเจ้าเล่ห์เลยนะมึง ไอ้เพื่อนเลวชอบต้อนกูจนมุมอยู่เรื่อย ...ถ้ามึงกล้าขอกูก็กล้าให้ แต่ติดที่ว่า ที่มึงขอมึงพูดจริงหรือเล่น?
“สวยยยยยยยยย” เสียงเรียกยานคางทำให้ผมละสายตาจากคนข้างๆ มองคนมาใหม่ที่นั่งหอบจากการวิ่งมาเมื่อครู่
“อะไรยุนดูจุนบอกแล้วใช่มะว่าอยากเรียกชื่อนี้ ไม่ชอบ!” ผมหันไปด่าดูจุน แค่ไอ้ห้อยเรียกคนเดียวก็ปวดหัวจะแย่
“เออกูขอโทษนะ ที่กูไม่ใช่จุนฮยองที่เรียกมึงว่าสวยแล้วมึงไม่เคยว่าอะไร” ฟังดูแล้วเหมือนมันประชดยังไงก็ไม่รู้แฮะ
“มึงรู้ได้ไงว่ากูไม่ด่า กูกำลังด่ามันอยู่นี่!” ผมเถียงดูจุนแล้วหันไปหาไอ้เจ้าของชื่อจุนฮยองที่ปิดตาหาวอยู่ข้างๆ
“อะไรสวย”
“เงียบไปเลยไอ้ห้อยจุนฮยอง” ฮึ่ย ไม่ต้องมายกคิ้วหลิ่วตาเลยนะมึง ... อารมณ์เสีย “ว่าแต่รีบวิ่งมามีไรรึเปล่าดูจุน” ผมเลิกสนใจไอ้คนที่นอนเลื้อยกับโต๊ะมาถามดูจุนที่มองผมยิ้มๆ
“เปล่า กูนึกว่าพวกมึงกำลังจีบกันเลยจัดฉากวิ่ง ว่าจะมาเป็นกขคซะหน่อย แต่ไม่ได้จีบกันอย่างที่คิดกูเลยรู้สึกเซ็งนิดๆ แต่ไม่เป็นไรงั้นกูไปละ” .. มันไปอย่างที่พูดจริงๆครับ - - ก็ถ้ามึงจะมาแค่นี้นะยุนดูจุน กูว่ามึงรอตอนกูสองคนเป็นแฟนกันเลยไหม? แต่มึงต้องรอนานหน่อยนะ ชาติหน้า ไหวรึเปล่า ..TT
“ห้อย”
“......”
“ไอ้ห้อย”
“............”
“ไอ้ห้อยจุน”
“.............” ยังเงียบอย่างต่อเนื่อง
“ไอ้ห้อยจุนฮยองงงงงง” ผมก้มหน้าจนปากชิดหูไอ้เจ้าของชื่อแล้วเรียกแล้วไม่ขานตอบ ก่อนจะตะโกนดังๆ ให้ขี้หูมันได้ตื่นมาเต้นระบำเล่น
“เฮ้ย!” มันสะดุ้งหันซ้ายหันขวา “มีไรวะสวย” > < เห็นว่ามึงกำลังทำให้กูขำ ปล่อยมึงไปก่อนก็ได้
“ฮ่าๆ...กูแค่ปลุกมึงกลับบ้าน เร็วดิยามจะปิดประตูโรงเรียนแล้วเดี๋ยวไม่ได้ออกนะเว้ย” ผมเอ่ยปากเร่งมันขำๆ ดูๆแล้วเหมือนสติสตังค์มันยังไม่กลับมาเท่าไหร่นะ
“มึงแกล้งกูหรอสวย” เอ๊ะไอ้นี่ ไม่ด่าแล้วเหลิงหรอ
“ไม่ได้แกล้งสักหน่อย แค่ปลุกเอง”
“แล้วปลุกดีๆไม่ได้หรอ” มันยื่นแขนยาวๆเข้ามาล็อคคอผม
“โอ้ย ไอ้บ้า ปลุกดีๆแล้วแต่มึงไม่ยอมตื่นเองอะ” ผมบอกแล้วพยายามงัดแขนมันออกจากการรัดกุมคอ
“ไม่เชื่อกูรู้ว่ามึงตั้งใจแกล้งกูใช่ไหม”
“เปล่าโว้ยย ปล่อยกูดิ” ผมบอกปฏิเสธ พลางงัดแขนมันออก แขนมึงสั่งทำจากอะไรเนี่ยไอ้เชี่ยจุนฮยองเหนียวชิบ งัดไม่ออกสักที จะใช้สองมือก็ไม่ได้ เพราะอีกมือดันถือกระเป๋านักเรียนอยู่
“ไม่ปล่อย”
“ไอ้เลวว” หน้ามึงเอาออกไปห่างๆหน้ากูหน่อยก็ได้ กูรู้มึงไม่คิดอะไร แต่กูนี่สิ... จะระเบิดตัวเองอยู่แล้ว - -
“วันนี้ไม่ไปส่งที่บ้านนะมึง” จุนฮยองบอกผมเบาๆระหว่างรอรถประจำทาง
“ทำไมวะ จะไปไหนอะ” ผมแค่รู้สึกไม่ชินกับการไม่มีมันไปส่งที่บ้าน
“จะไปจีบเด็ก” ห๊ะ! ยงจุนฮยองจีบคน? ใคร?...
“แอบชอบเด็กที่ไหนว้า ไม่เคยมีบอกกันอะ” ผมแกล้งทำเป็นงอนมันว่ามีอะไรไม่ยอมบอก
“เออน่าไว้จีบติดเมื่อไหร่ เดี๋ยวมาแนะนำ” มันบอกปัดๆ ดูมึงมีความสุขจังเลยนะ
“ให้ติดนะเว้ย แล้วนี่บอกชอบน้องเขาหรือยัง?” ...ผมแค่ถามไปตามมารยาท
“.........”
“เงียบทำไมวะ อย่าบอกนะว่าไม่กล้า” ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆกูขอให้มึงไม่กล้าไปตลอดนะจุนฮยอง
“เออดิ น้องเขาน่ารัก ใครๆก็ชอบ ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองดีเพียบพร้อมเหมาะกับน้องเขารึยัง” มันบอกหน้าเศร้า
“หรอ” อยากพูดอะไรมากกว่านี้ แต่ทุกอย่างตอนนี้มันดูจุกอยู่ที่คอไปหมด
“อือ งั้นไปนะ พรุ่งนี้เจอกัน”
“อ่าฮะ โชคดี” ผมยกมือโบกลาจุนฮยองก่อนจะมองแผ่นหลังเพื่อนสนิทที่ค่อยๆเล็กลง ก่อนจะลับตาหายไป
“ฮึก...ฮึก” ผมยกมือปิดหน้าตัวเอง เม้นปากแน่นเพื่อปิดเสียงสะอื้นตัวเอง ผมไม่รู้ ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องร้องไห้ ไม่รู้ด้วยซ้ำทำไมตอนนี้ก่อนเนื้อด้านซ้ายในร่างกายถึงบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บมากมายขนาดนี้ …
จะบอกว่าสิ่งที่ทำให้ผมร้องไห้ตอนนี้คือเรื่องที่เพิ่งจะได้รับรู้คงไม่ผิดหนัก แต่ก็นั่นแหละ แล้วผมจะร้องไห้ทำไมกับการที่เพื่อนสนิทกำลังจะมีแฟน จะร้องไห้ทำไมก็แค่ตำแหน่งคนสำคัญของจุนฮยองที่อีกฝ่ายเคยบอกว่าเป็นผมกำลังจะถูกแทนที่หรือมีคนมาเพิ่ม จะเสียใจทำไมถ้าทั้งหมดแล้วเป็นความสุขของเพื่อน เพื่อนที่เราหลงรักแบบไม่รู้ตัว
เช้าวันนี้ผมรู้สึกยังนอนไม่เต็มอิ่มนัก คงเพราะมัวแต่จัดการความคิดของตัวเอง นึกๆดูแล้วผมนี่มันน่าสมเพชจริงๆ แอบชอบได้แม้กระทั่งเพื่อนสนิทตัวเอง ทั้งๆที่โลกนี้มีคนให้ชอบตั้งเยอะ แต่ทำไม่รู้ทำไมยังไปชอบยงจุนฮยองได้ ผู้ชายที่ผมรู้จักนิสัยดีที่สุด
คงไม่แปลกนักหากผมจะมองแต่มันคนที่ใกล้ตัวที่สุด เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาสมัยประถมก็ดูเหมือนว่าผมแทบไม่ได้ทำความรู้จักกับใครอีกเลย ก็เวลาไปหามาไหนจะมีจุนฮยองตามไปด้วย จนแทบไม่ต้องทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะอีกฝ่ายจะขันอาสาทำแทนตลอด นี่คงเป็นอีกเรื่องที่ผมรู้สึกภูมิใจในตัวจุนฮยอง น้อยคนที่นักที่จะได้เห็นด้านดีๆอบอุ่นของจุนฮยอง และผมก็เป็นส่วนน้อยนั่นซะด้วย
“ฮยอนซึงเว้ย” เสียงดังๆข้างหูทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว แต่พอหันไปเจอเจ้าของเสียงเรียกแล้ว...น้ำตาก็พาลจะไหล
“อะไรของมึง” ผมหันหน้าหนีแล้วเช็คหน้าเช็ดตาตัวเอง ..
“เป็นไรวะ ตาแดงๆนะ อะไรเข้ารึเปล่า มาเดี๋ยวดูให้” มันยื่นมือมาจับหน้าผมให้หันไปหามันดีๆ ...แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมหวั่นไหวได้ยังไง ในเมื่อที่มันทำมีผมคนเดียวที่ได้รับ
“ไม่ต้องกูไม่เป็นไร” ผมปัดมือมันออก แต่คงแรงไปหน่อยถึงทำให้อีกฝ่ายมองเคืองๆ “เอ่อ...กูขอโทษแต่ไม่เป็นไรสงสัยฝุ่นเข้าตา เดี๋ยวขยี้ออกก็หายละ” ผมบอกมันยิ้มๆ
“บ้านมึงดิ ไปขยี้ตาอย่างนั้นเดี๋ยวก็อักเสบ”
“มึงเป็นหมอหรอ”
“ก็ว่าจะเรียน...”
“อ้าวหรอ...ไหนมึงบอกจะไม่เรียนหมอไง” พูดถึงอนาคต ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไรต่อดี จะจบแล้วแท้ๆ TT
“ก็ได้ยินมาว่าน้องโยซอบเขาชอบผู้ชายที่เป็นหมอ”
“หรอ...แล้วน้องโยซอบนี่ใครอะ” คงไม่ใช่คนที่ผมคิดไว้หรอกนะ..
“ก็น้องที่กูกำลังจะจีบนี่ไง” มันบอกยิ้มๆ แต่ผมนี่สิแทบจะยิ้มไม่ออกอยู่แล้ว
ฮะๆ ดีจังเลยเนอะ ถ้าความรักสามารถเปลี่ยนคนที่ไม่ชอบสนใจเรียน(แต่ยังได้เกรดดี)อย่างจุนฮยองให้ตั้งใจเรียน ความรักทำให้จุนฮยองเปลี่ยนเส้นทางความฝัน ความรักทำให้ใครหลายคนมีความสุข แต่ทำไม...
...ความรักของผม...
............ถึงทำให้ผมไม่อยากมีชีวิตยืนอยู่ตรงนี้..........
“หรอ..”
“อือ น้องเขาชอบผู้ชายนิสัยดี”
“ใครๆก็ชอบคนนิสัยดี” คงมีแต่ผมนี่แหละที่ชอบคนไม่เอาการเอางานอย่างมัน
“กูก็ว่าจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อน้อง”
“ดีจังเนอะ น้องคงภูมิใจ” แล้วกูขอแอบภูมิใจในตัวมึงด้วย
“ได้ยินมาว่าเขาชอบกินเค้ก”
“อืม” เรื่องของกูคนที่คบเป็นเพื่อนมาเกือบสิบปี มึงเคยรู้ เคยสนใจบ้างรึยังนะ
“ทำไมมึงดูไม่ตื่นเต้นกับกูเลยวะ”
“เอ๊า” ผมมองหน้ามันงงๆ
“กูกำลังพูดถึงคนที่กูเลือกเลยนะเว้ยฮยอนซึง ฟังผมอยู่รึเปล่าครับ” ถ้ากูบอกว่าคนที่มึงเลือกเป็นกู กูถึงจะฟัง มึงจะว่ายังไงนะจุนฮยอง
“ดูท่าทางน้องคงน่ารักเนอะถึงทำให้จุนฮยองคนนี้เลือก”
“น่ารักโคตรอะฮยอนซึง นิสัยดีด้วยแต่มึงเห็นนะ ห้ามชอบน้องนะเว้ย!!” มันบอกเสียงเข้ม ทำหน้าดุๆใส่ผม ...กูจะชอบเขาได้ยังในเมื่อตอนนี้ใจที่มีอยู่ก็ให้มึงไป จนแทบไม่เหลือให้ตัวเอง
“อือ ไม่ชอบหรอก” ผมบอกเสียงเอื่อยๆ
“เป็นไรวะ เหมือนจะไม่สบาย กูไม่พูดแล้วก็ได้ให้มึงพักผ่อนดีกว่า” ขอบคุณนะที่ยังเห็นใจกัน
“เปล่าๆไม่เป็นไร...” ถ้าจะบอกว่าหยุดพูดเรื่องโยซอบ จะอะไรเพื่อนคนนี้ไหมจุนฮยอง
“ดีแล้ว เพราะจะบอกว่าห้ามไม่สบายนะเว้ย ไปส่งกลับบ้าน ไม่ได้จริงๆ วันนี้กูว่าจะไปบอกชอบน้องโยซอบ” หรอ แสดงว่าแอบชอบมานานแล้วสิ ทำไมไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย น่าจะบอกกูเร็วกว่านี้ กูจะตัดใจแต่เนิ่นๆ
“อือ ไม่ต้องห่วงหรอก”
“พูดแล้วคิดถึงเลยวะ” ผมมองมันที่ดูจะเพ้อน้องเขามาก แล้วยิ้มเศร้ากับตัวเอง คนที่เรารักมีความสุข เราก็ต้องยิ้มแสดงความยินดีสินะ
ฉันเป็นผู้ฟังที่ดีมาเสมอ..
แม้ในทุกคำของเธอบาดถึงข้างใน
สบตาฉันให้จริงจัง แค่ซักครั้งจะเข้าใจ
ว่าใคร... ที่รักเธอ
ไม่อยากได้ยินเรื่องของเขาช่วยเข้าใจ
ไม่รู้จะช่วย ยังไงเหมือนกัน
แค่หัวใจตัวเองวันนี้ ฉันยังไม่มี... ทางช่วยมัน
รักเธออย่างนั้นยังเก็บไว้
“พี่ฮยอนซึง”
“อะไร” ผมตะโกนตอบกลับกีกวังที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน
“พี่จุนฮยองโทรมา”
“.....”
“พี่ฮยอนซึงได้ยินผมไหม”
“อือ ได้ยิน”
“เอาไง”
“บอกไปว่าเดี๋ยวพี่โทรกลับ”
“โอเค” ผมได้ยินเสียงกีกวังพูดอะไรสักอย่างก่อนเสียงจะเงียบไป
“พี่ฮยอนซึง”
“อะไรอีก” ผมตอบกลับเซ็งๆ เสาร์-อาทิตย์ผมจะปิดมือถือเพราะถือว่าเป็นวันพักผ่อนเลยไม่อยากติดต่อใคร เลยไม่ได้ให้เบอร์บ้านใครไว้ และจุนฮยองเป็นเพื่อนคนเดียวที่รู้เบอร์บ้านผม
สงสัยจะโทรเข้ามือถือไม่ติด
“บอกพ่อกับแม่ด้วยนะผมไปเที่ยวกับเพื่อนวันนี้คงกลับดึก”
“อือ”
“ไม่ว่าอะไรหรอ” กีกวังตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง หึ ผมยิ้มให้กับคำถามน้องชาย ก็ปกติถ้ากีกวังขอออกไปเที่ยว นู่นต้องหลังจากผมบ่นเป็นชั่วโมงถึงจะไปได้ ..แต่วันนี้ผมแทบไม่มีเรี่ยงแรงจะพูด
“เออออออออ จะบอกให้” ผมตะโกนออกไป
ปกติวันหยุดอย่างนี้ผมจะตามพ่อกับแม่ไปซื้อของเข้าบ้านตลอด แต่ดูท่าว่าวันหยุดคราวนี้จะไม่เหมือนเดิม หลายอย่างที่ชอบทำในช่วงวันหยุดก็มีอันต้องพับเก็บ
อกหัก คำๆนี้มันมีอิทธิพลถึงขึ้นเปลี่ยนชีวิตประจำวันผมได้เยอะทีเดียว
ผมเดินเอื่ยๆลงบันไดลงมาข้างล่างที่ปราศจากสมาชิกในครอบครัว อยู่คนเดียวแล้วเงียบดีแฮะ
“ทำไมไม่ลงมารับโทรศัพท์ฮยอนซึง” ทันทีที่ผมโทรกลับ ปลายสายรับก็เริ่มบ่นกลับมาทันที
“เมื่อกี้อะหรอ”
“อือ เป็นอะไรวะ”
“เปล่า เพิ่งอาบน้ำเสร็จ” ผมโกหก เพิ่งลุกออกจากเตียงต่างหาก
“จริงหรอ นี่มันจะเที่ยงแล้วนะ เป็นไปได้ยังไงจางฮยอนซึงเพิ่งจะอาบน้ำ”
“เป็นไปแล้วไงจุนฮยอง”
“เออ..เมื่อวานยังไม่ได้บอกชอบโยซอบเลยวะ” กูยังไม่ได้ถามเลยนะ จะย้ำไปถึงไหนว่ามึงมีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้ว!
“.........”
“แม่งมีไอ้หน้าม้อที่ไหนไม่รู้ เดินเอาดอกไม้เข้าไปให้น้องเขาตัดหน้ากูเฉยเลย”
“.......” แล้วมาบอกกูทำไม? อยากถามออกไปจังเลยแฮะ
“เชี่ยแม่ง คนนี้กูอุตส่าห์ว่าจะจริงจัง...”
“อืม” กูก็เจ็บเป็นนะจุนฮยอง รับรู้รึเปล่า
“แต่ไอ้หน้าม้อนั่น! มันทำกูแค้นมาก!!” ฟังจากเสียงท่าทางตอนนี้คิ้วจุนฮยองคงขมวดเป็นรูปโบว์อยู่เป็นแน่ ..
“.........”
“แล้วเมื่อไหร่จะได้บอกชอบโยซอบวะเนี่ย ท่าทางคนต่อคิวบอกรักเยอะแยะเลย”
“...........”
“ทำไมไม่เห็นตอบอะไรเลยฮยอนซึง เป็นอะไร ยังอยู่รึเปล่าวะ”
“อืม อยู่” ถ้าบอกว่าตอนนี้กูกำลังร้องไห้มึงจะรีบมาหากูเหมือนเดิมไหม ถ้าบอกว่าหยุดเล่าเรื่องโยซอบสักที มึงจะฟังกูไหม
“กูชอบโยซอบ” มึงไม่รัก’เพื่อน’ คนนี้แล้วรึไง ถึงย้ำประโยคเดิมๆให้กูเจ็บใจอยู่อย่างนี้
“...”
กูชอบมึง
ถ้ากูเอ่ยทำคำนี้ออกไปทุกอย่างจะยังเป็นเหมือนเดิมรึเปล่า?
ชอบเขาก็ไปบอกเขา มาบอกกับฉันเพื่ออะไร
ไม่เคยรู้เลยใช่ไหม ว่าใครรักเธอตรงนี้
ชอบเขาแล้วมาบอกฉัน เธอพูดทุกวันก็ช้ำทุกที
ไม่อยากเจ็บกว่านี้.. พอได้ไหม
เป็นผู้ฟังที่ดีมาเสมอ..
แม้ในทุกคำของเธอบาดถึงข้างใน
สบตาฉันให้จริงจัง แค่ซักครั้งจะเข้าใจ
ว่าใคร... ที่รักเธอ
“ฮยอนซึง”
“อือ”
“ช่วยจีบโยซอบหน่อยดิ”
“ไม่ได้หรอกจุนฮยอง”
“ทำไมวะ ไม่สงสารเพื่อนมึงหรอ”
“สงสาร” แต่ก็สงสารตัวเองมากกว่า
“งั้นก็ช่วยหน่อยนะ”
“ไม่ได้จุนฮยอง”........
“ทำไม”
“หัวใจฉัน ฉันยังจัดการมันไม่ได้ แล้วจะให้ฉันช่วยนายยังไง”
“หมายความว่าไง”
“.........”
“ชอบใครอยู่...รักใครอยู่ฮยอนซึง”
เสียงสุดท้ายก่อนที่สัญญาณจะหายไป คงเป็นจุนฮยองที่ตัดสาย ... ผมมันอ่อนแอไม่กล้าพอจะบอกชอบจุนฮยอง เพราะกลัวว่าจะเสียความเป็นเพื่อน มิตรภาพเกือบสิบปี ผมไม่กล้าเสียมันไปจริงๆ
มือที่ถือโทรศัพท์ค่อยๆเลื่อนลงจากใบหู ตากลมจ้องวัตถุสื่อสารราวกับเป็นหน้าจุนฮยอง
ขอโทษนะจุนฮยอง
ขอโทษที่เผลอไปรักนาย
ขอโทษที่ช่วยจีบโยซอบไม่ได้
ขอโทษที่ไม่มีส่วนร่วมทำให้รักนายไม่สมหวัง
ขอโทษ ... ต่อไปจะพยายามเป็นเพื่อนคนใหม่ที่พร้อมจะช่วยเหลือนายในทุกเรื่อง แม้จะทำให้ใจฉันต้องบอบช้ำก็ตาม
The end
มีต่อไหม ไม่รู้ ...
รู้แต่ว่ารักคนเม้นรักคนอ่านค่ะ >3


